บันทึกอนุทินครั้งที่14
บันทึกอนุทินครั้งที่13
เวลาเรียน 08:30-11:30
วิชาการศึกษาปฐมวัย
วันนี้เป็นการลงไปสำรวจสถานที่จริงครั้งแรกนั้นก็คือมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมที่ซอยเสือใหญ่ซึ่งอาจารย์นัดเราทุกคนในเวลาแปดโงเช้าซึ่งทุกคนก็พร้อมหน้าพร้อมตากันมาแต่เช้าเนื่องจากตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสสถานที่จริงๆและจะได้ไปเจอเด็กๆที่สถานที่เลี้ยงเด็กอีกด้วยเราเริ่มเดินทางออกจากมหาวิทยาลัยประมาณแปดโมงกว่าโดยการเดินนั้นเอง
ซึ่งเราเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆตามเส้นทางจากหลังม.เมื่อเส้นทางไกลออกมาหน่อยจะเห็นว่ามีหมู่บ้านที่ติดๆกันคล้ายๆสลัมและบริเวณนั้นจะไม่ค่อยสะอาดและมีถนนแคบๆตามทางก็จะเป็นเหมือนป่าหญ้ามากกว่าซึ่งถ้ามาในตอนกลางคืนนั้นจะเป็นทางที่เปลี่ยวมากๆ เรามาถึงโรงเรียนในเวลาประมาณแปดโมงเกือบเก้าโมง
ซึ่งก็มีคุณครูออกมาต้อนรับและให้พูดคุยให้คำแนะนำเกี่ยวกับประวัติของโรงเรียนและพูดถึงเด็กๆที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้เด็กที่เข้ามาในนี้ส่วนมากจะเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ เด็กที่พ่อแม่นั้นเสพยา
เด็กที่พ่อแม่อยู่ในสภาวะที่พ่อแม่ไม่พร้อม ซึ่งเด็กพวกนี้ถือว่าเป็นเด็กที่ขาดโอกาสก็ว่าได้และได้พูดถึงบริเวณโรงเรียนจะเป็นตึกชั้นแต่ละชั้นนั้นจะแบ่งกันออกไปเป็นชั้นห้องพักครู ชั้นงานราชการ และชั้นที่ใช้เลี้ยงดูเด็กในแต่ละวัยซึ่งค่าใช้จ่ายในเด็กแต่ละคนนั้นจะอยู่ที่คนละ100บาทและยังมีเด็กที่ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายเนื่องจากทางครอบครัวไม่มีทุนทรัพย์อีกหลายคนสถานที่เด็กอ่อนในสลัมนี้จะมีอยู่ 3 คือ คลองเตย อ่อนนุช และเสือใหญ่ ซึ่งสถานที่เสือใหญ่แห่งนี้ถือเป็นที่ที่พร้อมมากที่สุดแล้วใน 3 ที่นี้
หลังจากที่คุณครูท่านได้ให้คำแนะนำแล้วก็มีการแบ่งกันเป็นกลุ่มเพื่อที่จะไปดูเด็กๆในแต่ละห้องซึ่งดิฉันได้ลงห้องเด็กอ่อน
สำหรับห้องเด็กเล็กนี้จะเป็นห้องที่เด็กมีอายุเริ่มที่ 3 เดือน ไปจนถึง ขวบครึ่ง ซึ่งน้องๆในวัยนี้นั้นยังไม่รู้ประสาเมื่อเราเข้าไปใกล้เขาในตอนแรกเขาที่ไม่คุ้นเคยนั้นจะร้องไห้เพราะอาจจะกลัวหรือแปลกหน้าแต่เมื่อเราใช้วิธีการเกลี้ยกล่อมเล่นด้วยน้องก็จะค่อยๆกล้าเข้าหาเราและยอมให้เราอุ้มในที่สุด สำหรับสิ่งที่ได้ลองทำในวันนี้คือการกล่อมน้องนอนการป้อนนม ป้อนข้าว ป้อนน้ำเขา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะเด็กเขานั้นเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอยากรู้ อยากเห็น อยยากจับช้อนกับเราบ้างล่ะ คือถ้าเผลอแปปเดียวคือข้าวหกเปื้อนกันเลยทีเดียวและเมื่อกินเสร็จน้องก็มีการอาบน้ำปะแป้งนอนกลางซึ่งตอนจะออกมานั้นน้องที่เราป้อนข้าวเขาและเล่นกับเขานั้นร้องตามน่าสงสารมากมองตาละห้อยเชียว
ซึ่งห้องถัดมาจะเป็นห้องเด็กกลางซึ่งเด็กจะมีอายุตั้งแต่ 2 ขวบ ถึง 3 ขวบครึ่ง น้องห้องนี้นั้นดิฉันนั้นได้เข้ามาดูน้องแค่แปปเดียวแต่น้องนันพูดรู้ประสาบ้างแล้วเนื่องจากเริ่มโตขึ้นมาบ้างแล้ว น้องสามารถทำกิจกกรมที่คุณครูสอนได้ สามารถทานอาหารเองได้แต่ที่สังเกตุเห็นคือน้องในวัยนี้จะไม่ค่อยชอบานข้าวกันต้องมีการหลอกล่อให้กินข้าวกันบ้างในบางคนสาเหุตที่น้องไม่หิวอาจจะมาจากการที่น้องนั้นทานของว่างที่โรงเรียนเตรียมไว้ให้ในแต่ละเวลาจึงทำให้น้องนั้นอิ่ม
สุดท้าคือห้องเด็กโตห้องนี้เด็กอายุจะอยู่ที่ 4 ขวบ น้องในห้องนี้นั้นสามารถที่จะเล่นกิจกรรมทำกิจกรรมได้เต้มที่แล้วเนื่องจากมีการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวแล้วสามารถเรียนรู้สิ่งที่คุณครูนั้นสอนได้แล้วในหลายๆอย่าง สามารถทานข้าวเองได้ทุกคน จะเห็นว่าเด็กบางคนนั้นทานข้าวเก่งมากและมีการเติมข้าวด้วยเนื่องจากว่าเขานั้นอยู่ในช่วงที่มีการเจริญเติบโตแต่ก็มีบ้างทีเบื่ออาหาร แต่เมื่ิอเราเกลี้ยกล่อมน้องก็สามารถที่จะกินได้มากขึ้นเด็กในวัยนี้จะมีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเด็กอีกสองห้องสังเกตุได้จากเมื่อเราหยิบจับอะไรนั้นเขาจะอยากมีส่วนร่วมและอยากรู้อยากเห็นด้วยเสมอ
จะเห็นได้ว่าเด็กที่นี้นั้นเขาจะสามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้ในหลายๆด้านเนื่องจากเขานั้นเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้และอาจจะมีบางอย่างที่เขานั้นจะต้องทำอะไรด้วยตัวของตัวเองก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาแต่ถ้ามองในทางกลับกันนั้นเด็กทุกคนย่อมต้องการความรักความอบอุ่นความเอาใจใส่จากพ่อแม่กันทั้งนั้น















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น